หมวดที่ 1ชื่อและเครื่องหมาย

  • ข้อ 1 ชื่อชมรมฯ

    1.1 ชื่อเต็ม
    ภาษาไทย “ชมรมทันตกรรมหัตถการแห่งประเทศไทย”
    ภาษาอังกฤษ “Thai Operative Dentistry Society”
    1.2 ชื่อย่อ
    ภาษาไทย “ท.ห.ท.”
    ภาษาอังกฤษ “T.O.D.S”
  • ข้อ 2 เครื่องหมายชมรมฯ

    logo@2x-200x200

  • ข้อ 3 เป็นชมรมสมทบของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

หมวดที่ 2วัตถุประสงค์

  • ข้อ 4

    4.1 เพื่อเผยแพร่วิชาการ การศึกษาและความก้าวหน้าในสาขาทันตกรรมหัตถการ
    4.2 เพื่อสนับสนุนและฟื้นฟูความรู้ทางทันตกรรมหัตถการ และวิทยาการอื่นที่เกี่ยวข้อง แก่สมาชิกและทันตบุคคลากรทั่วไป
    4.3 เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน และการวิจัยในสาขาทันตกรรมหัตถการ
    4.4 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและวิทยฐานะของสมาชิก
    4.5 เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงาน ให้ความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนความรู้ ระหว่างสมาชิก ชมรม และสมาคมอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ
    4.6 กิจกรรมของชมรมฯ ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

หมวดที่ 3ที่ตั้งสำนักงานชมรมฯ

  • ข้อ 5 ตามแต่คณะกรรมการแต่ละชุดจะเห็นสมควร

หมวดที่ 4สมาชิกภาพ

  • ข้อ 6 สมาชิกภาพจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

    6.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์
    6.2 สมาชิกสามัญ
    6.3 สมาชิกสมทบ
  • ข้อ 7 คุณสมบัติของสมาชิก

    7.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือ บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณซึ่งคณะกรรมการของชมรมฯ ลงมติเชิญให้เป็นสมาชิกของชมรมฯ
    7.2 สมาชิกสามัญ คือ ทันตแพทย์ทั่วไป
    7.3 สมาชิกสมทบ คือ บุคคลที่มีความสนใจในวิชาทันตกรรมหัตถการ มีสมาชิกสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน และคณะกรรมการมีมติเห็นสมควรรับเข้าเป็นสมาชิกได้
  • ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก

    8.1 มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อ 7
    8.2 ให้ยื่นใบสมัครต่อประธานชมรมฯ
    8.3 สมาชิกภาพจะสมบูรณ์เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และได้ชำระค่าบำรุงแล้ว
  • ข้อ 9 ค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกและค่าบำรุง

    9.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง
    9.2 สมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบ ผู้สมัครจะต้องชำระค่าบำรุงสมาชิกตลอดชีพ 3,500 บาท

หมวดที่ 5สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกชมรมฯ

  • ข้อ 10 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมีดังนี้

    10.1 สมาชิกมีสิทธิและได้รับประโยชน์ภายในขอบเขตของวัตถุประสงค์ของชมรมฯ
    10.2 สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุมใหญ่สามัญประจำปี สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้คนละ 1 คะแนน
    10.3 สมาชิกมีสิทธิรับทราบข่าวสาร หรือเอกสารทางวิชาการที่จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการ
    10.4 สมาชิกมีสิทธิสอบถามคณะกรรมการ เพื่อตรวจเอกสารบัญชีและทรัพย์สินของชมรมฯได้ในการ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
    10.5 สมาชิกผู้ใดย้ายที่อยู่ ที่ทำงาน เปลี่ยนชื่อ นามสกุล ยศ อภิไธย ต้องแจ้งให้เลขานุการทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร
    10.6 สมาชิกมีหน้าที่ร่วมมือและปฏิบัติตามข้อบังคับของชมรมฯ
  • ข้อ 11 การขาดสมาชิกภาพ สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพเมื่อ

    11.1 ตาย
    11.2 ลาออก
    11.3 คณะกรรมการมีมติแล้วว่าสมาชิกท่านนั้นกระทำตนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือทำความเสียหายมาสู่ชมรมฯ และพิจารณามีมติให้พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิก

หมวดที่ 6คณะกรรมการชมรมฯ

  • ข้อ 12

    คณะกรรมการชมรมฯ ประกอบด้วยสมาชิกสามัญจำนวนอย่างน้อย 11 คน โดยมีประธาน 1 คน ประธานสำรอง 1 คน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียน กรรมการฝ่ายวิชาการ  ประชาสัมพันธ์  สาราณียกร ปฏิคม  กรรมการกลาง

  • ข้อ 13 การเลือกตั้งคณะกรรมการ

    13.1 การเลือกตั้งประธานและประธานสำรอง ให้เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ โดยคณะกรรมการชมรมฯ จะทำหนังสือเชิญชวนพร้อมแนบแบบฟอร์มการเสนอชื่อ เพื่อให้เสนอชื่อสมาชิกสามัญที่สมควรได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสำรอง หลังจากรวบรวมรายชื่อที่มีคะแนนเสียงสูงสุด 2-3 คน ที่มีความสมัครใจ ถ้ามีผู้ปฏิเสธจะคัดเลือกผู้มีคะแนนลำดับต่อไป แล้วจึงส่งรายชื่อให้สมาชิกสามัญทั้งหมดเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งทางไปรษณีย์ ผู้ที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดในครั้งนี้จะได้เป็นประธานสำรองคนต่อไป
    *13.2 ประธานดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี โดยประธานสำรองจะรับตำแหน่งประธานในวาระต่อไป
    13.3 ประธานเป็นผู้เลือกคณะกรรมการชมรมฯ จากสมาชิกสามัญ
    13.4 ในกรณีที่ประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระได้ ให้รองประธานทำหน้าที่ต่อจนหมดวาระ
  • ข้อ 14 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

    14.1 บริหารกิจการของชมรมฯให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ
    14.2 ออกระเบียบ แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกระเบียบของชมรมฯได้
    14.3 จัดการทรัพย์สินและดูแลผลประโยชน์ของชมรมฯ
    14.4 จัดประชุมใหญ่สามัญปีละ 1 ครั้ง และประชุมวิชาการตามความเหมาะสมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    14.5 คณะกรรมการชมรมฯ มีหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้14.1 ประธานชมรมทําหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรมฯ เป็นผู้แทนชมรมฯในการติดต่อกับบุคคลภายนอก ทําหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม คณะกรรมการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของชมรมฯ14.2 รองประธานชมรมทําหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมฯ ในการบริหารกิจการชมรมฯ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานชมรมฯ ได้มอบหมาย และทําหน้าที่แทนประธานชมรมฯ เมื่อประธานชมรมฯ ไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้14.3 ประธานสํารองทําหน้าที่เป็นกรรมการในการบริหารกิจการของชมรมฯ และ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานชมรมฯ ได้มอบหมาย14.4 เลขานุการทําหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมฯ ทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมฯในการปฏิบัติกิจการของชมรมฯ และปฏิบัติตามคําสั่งของประธานชมรมฯ ตลอดจนทําหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของชมรมฯ14.5 เหรัญญิก

    มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรมฯ เป็นผู้จัดทําบัญชีรายรับ-รายจ่าย บัญชีงบดุลของชมรมฯ และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของชมรมฯไว้เพื่อตรวจสอบ

    14.6 ปฏิคม

    มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของชมรมฯ เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรมฯ และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของชมรมฯ

    14.7 นายทะเบียน

    มีหน้าที่รวบรวม จัดทําทะเบียน และประวัติสมาชิกทั้งหมดให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันเสมอ ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบํารุง ชมรมฯ จากสมาชิก

    14.8 กรรมการวิชาการ

    มีหน้าที่จัดประชุมและเผยแพร่วิชาการ การฝึกอบรม การฟื้นฟูความรู้ทางทันตกรรมหัตถการแก่สมาชิกและทันตแพทย์ทั่วไป ให้ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกชมรม หรือสมาคมอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ

    14.9 สาราณียกร

    มีหน้าที่บริหารจัดการเพื่อจัดพิมพ์วารสารทางวิชาการของชมรมฯ

    14.10 ประชาสัมพันธ์

    มีหน้าที่เผยแพร่กิจการ ชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรมฯ ให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

    14.11 กรรมการกลาง

    มีหน้าที่เสนอความคิดเห็นแก่คณะกรรมการชมรมฯ และช่วยเหลือการบริหารกิจการต่าง ๆ ของชมรมฯ

    14.12 กรรมการตําแหน่งอื่นๆ

    อาจแต่งตั้งเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยคณะกรรมการชมรมฯ พิจารณาเห็นสมควรกําหนดให้มีขึ้น และเสนอให้ประธานชมรมฯ แต่งตั้งโดยมีจํานวนเมื่อรวมกับตําแหน่งกรรมการข้างต้นแล้ว ต้องไม่เกินจํานวนที่ข้อบังคับของชมรมฯ ได้กําหนดไว้

หมวดที่ 7การประชุม

  • ข้อ 15 การประชุมคณะกรรมการชมรมฯ

    ให้มีอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง

  • ข้อ 16 ประธานหรือคณะกรรมการอย่างน้อย 2 ใน 3 สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการได้เมื่อเห็นสมควร

  • ข้อ 17 การประชุมของคณะกรรมการแต่ละครั้ง

    จะต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะถือเป็นครบองค์ประชุมได้ ถ้ามีการออกเสียงและคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

  • ข้อ 18 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

    จะต้องมีจำนวนสมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิก ที่ลงทะเบียนร่วมประชุมจึงจะใช้เป็นองค์ประชุมได้ ในกรณีที่มีการออกเลียงลงคะแนน ถ้าได้คะแนนเสียง ที่เท่ากัน ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

  • ข้อ 19. มีการการเผยแพร่และให้ความรู้แก่สมาชิกโดยคิดเป็นหน่วยกิจกรรม 20 หน่วย

หมวดที่ 8การเงิน

  • ข้อ 20 ชมรมฯ อาจมีรายได้เพื่อดำเนินการดังนี้

    20.1 ค่าบำรุงจากสมาชิกชมรมฯ
    20.2 ค่าลงทะเบียนในการจัดการประชุมทางวิชาการ และค่าจำหน่ายวารสารทันตกรรมหัตถการ
    20.3 เงินอุดหนุนจากเอกชน และบริษัทห้างร้านต่างๆ
    20.4 รายได้อื่นๆ
  • ข้อ 21 เหรัญญิกมีหน้าที่ดูแลรักษาเงินของชมรมฯ

    ให้มีสมุดบัญชี และหลักฐานแห่งการรับจ่าย และเก็บรักษาเงินไว้ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้

  • ข้อ 22 การจ่ายเงินของชมรมฯ

    22.1 การใช้จ่ายเงินของชมรมฯ สามารถใช้ได้ในกรณีดังต่อไปนี้22.1.1 ซื้อทรัพย์สินถาวรของชมรมฯ
    22.1.2 รายจ่ายที่ไม่ได้คาดหมายแต่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ
    22.1.3 การสมทบทุน การบำรุงการกุศล การช่วยเหลือสมาชิกชมรมฯ รวมทั้งการปฏิบัติตามประเพณีนิยม
    22.1.4 การรับรองวิทยากร
    22.1.5 ใช้ในการลงทุนหารายได้ แต่ต้องไม่มีลักษณะของการเสี่ยงโชค หรือเก็งกำไร
    22.2 คณะกรรมการชมรมฯ มีอำนาจในการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินของชมรมฯ เพื่อใช้ในการดำเนินงานตามปกติ และตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ โดยจะต้องผ่านมติเห็นชอบจากคณะกรรมการชมรมฯซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 2ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
    22.3 ให้ประธานชมรมฯ และ/หรือ เหรัญญิก เป็นผู้ที่มีอำนาจในการลงนาม ฝาก ถอน หรือ สั่งจ่ายเงินฝากของชมรมฯ จากธนาคาร
  • ** ข้อ 23

    เงินของชมรมฯ ให้นำไปฝากที่ธนาคารที่มีหลักฐานที่มั่นคงหรือนำไปซื้อพันธบัตรของรัฐบาลตามแต่คณะกรรมการชมรมฯ เห็นสมควร

  • ** ข้อ 24

    ประธานชมรมฯ มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงิน ได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) โดยไม่ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการของชมรมฯ และแจ้งให้กรรมการทราบในการประชุมครั้งต่อไป

  • ** ข้อ 25

    เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดไว้ใช้ในกิจการของชมรมฯ ได้ไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

  • ข้อ 26 ให้เหรัญญิกรายงานฐานะการเงินของชมรมฯ ต่อที่ประชุมใหญ่สามัญปะจำปี

หมวดที่ 9การแก้ไขข้อบังคับ

  • ข้อ 27 การแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของชมรมฯ อาจจะกระทำโดย

    27.1 คณะกรรมการเป็นผู้เสนอ หรือ
    27.2 สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน เข้าชื่อกันเสนอ
  • ข้อ 28 เมื่อมีการเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนข้อบังคับของชมรมฯ

    ให้คณะกรรมการมอบหมายให้เลขานุการจัดพิมพ์ข้อความที่เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนข้อบังคับของชมรมฯนั้นไว้ และแจ้งให้สมาชิกทราบก่อนมีการประชุมใหญ่อย่างน้อย 15 วัน

  • ข้อ 29

    เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ให้คณะกรรมการนำข้อเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของชมรมฯ นั้นเสนอต่อที่ประชุมใหญ่และที่ประชุมรับรอง ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่มาประชุม

หมวดที่ 10การเลิกล้มชมรมฯ

  • ข้อ 30

    จัดให้มีการประชุมใหญ่ โดยแจ้งสมาชิกทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 30 วัน เพื่อพิจารณาการเลิกล้มชมรมฯ

  • ข้อ 31

    การเลิกล้มชมรมฯ จะต้องมีคะแนนเสียงสนับสนุน 4 ใน 5 ของสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงและมาประชุม

  • ข้อ 32

    ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งผู้ชำระบัญชี การชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฏหมายที่ใช้อยู่ในเวลาเลิกชมรม และชำระบัญชี

  • ข้อ 33

    เมื่อมีการชำระบัญชีเสร็จ หากยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่

* ข้อความที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ พ.ศ. 2543
** ข้อความที่ได้แก้ไขเมื่อ 13 มิถุนายน 2547 (ข้อ 20, 22, 23, 24 และ 25)

มีการแก้ไขข้อบังคับดังต่อไปนี้

1. หมวด 1 ข้อ 1 จัดข้อความ
2. หมวด 2 ข้อ 4.5 เพิ่มคำว่าชมรม
3. หมวด 4 ข้อ 7 แก้ไขความหมายของสมาชิกสามัญ
ข้อ 9 ตัดข้อ 9.2.1 และ 9.2.2 ออก
4. หมวด 5 ข้อ 10.6 ตัดคำว่า “ระเบียบ”
ข้อ 11 ตัดข้อ 11.3
5. หมวด 6 ข้อ 12 แก้ไขจำนวนกรรมการชมรมฯ
ข้อ 14 เพิ่มหน้าที่คณะกรรมการชมรมฯ
6. หมวด 7 เพิ่มข้อ 19

dentsupply